CafeTech-ExchangePantip MarketChatPantownBlogGang
เลือกดูกระทู้ใน Cafe         

Box Office สุดสัปดาห์ที่ 13 - 15 กรกฎาคม 2550


สุดสัปดาห์นี้ บรรดามักเกิ้ลแห่กันไปตีตั๋วดูนักเรียนโรงเรียนพ่อมดแห่ง Hogwarts ภาคล่าสุดอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง ทำให้ Harry Potter and the Order of the Phoenix สร้างปรากฏการณ์รายได้แบบถล่มทะลาย จากการเปิดฉายที่แหวกแนวจากหนังปกติ คือเริ่มจากวันพุธ ทั้งที่เป็นสุดสัปดาห์ไม่ใช่วันหยุดหรือเทศกาลพิเศษอะไร

ไม่มีผิดคาด เมื่อพ่อมดน้อย Harry Potter and the Order of the Phoenix ถล่ม Box Office อเมริกาเหนือ ด้วยรายรับ $77.1M ในช่วงสามวันสุดสัปดาห์ จากวันศุกร์ถึงอาทิตย์ หรือรวมแล้ว $139.7M เมื่อคิดจากวันแรกที่เข้าฉายคือวันพุธ สร้างสถิติอันดับ 2 ของค่าย Warner Bros. ในฐานะหนังที่เปิดฉายในช่วง 5 วันแรกนี้ เป็นรองแค่ Spider-Man 2 ที่ทำได้ $152.4M ในสุดสัปดาห์ Independence Day เมื่อปี 2004

เมื่อเทียบตัวเลขของ Harry Potter and the Order of the Phoenix กับภาคก่อนๆ หรือแม้กระทั่งหนังซัมเมอร์ฟอร์มยักษ์ทั่วๆ ไป ก็คงจะไม่สามารถเทียบกันได้ เพราะหนังเหล่านั้นเปิดฉายในวันศุกร์ อย่างไรก็ตาม ภาคล่าสุดของพ่อมดน้อยนี้ ก็สร้างสถิติใหม่ในฐานะหนังที่เปิดฉายวันพุธ ด้วยรายได้สูงถึง $44.2M หรือเป็นอันดับ 5 ของรายได้วันแรกฉายในประวัติศาสตร์

สำหรับในตลาดโลก Warner Bros ปล่อยหนังลงโรงใน 44 ประเทศพร้อมกับอเมริกาเหนือ กวาดรายได้ไปมโหฬารตามคาดถึง $193M ด้วยจำนวนกว่า 12,000 ก็อปปี้ ในขณะที่ในอเมริกาเหนือ หนังเข้าฉายในจำนวน 4,285 โรง ด้วยจำนวนกว่า 9,000 ก็อปปี้ ทำให้ยอดรายได้รวมทั่วโลกของ Harry Potter and the Order of the Phoenix ตอนนี้ปาเข้าไป $333M (หรือหนึ่งในสามของพันล้าน!) ในเวลาเพียง 5 วันเท่านั้น ในขณะเดียวกัน หนังก็ได้สร้างปรากฏการณ์ในโรงจอยักษ์แบบ IMAX เช่นกัน

Harry Potter and the Order of the Phoenix กำกับโดย David Yates ทุนสร้างมหาศาลราว $200M โดยเป็นภาคที่มีความหนาของนิยายต้นฉบับมากที่สุด มาทำเป็นหนังที่ออกมาสั้นที่สุดในบรรดา 5 ภาคที่ออกฉายแล้ว เสียงตอบรับจากนักวิจารณ์ออกมาหลากหลาย แต่ส่วนใหญ่จะแง่บวก กระแสหนังมาแรงส่วนหนึ่ง คงจะมาจากการที่หนังสือนิยายภาค 7 อันเป็นภาคจบ มีกำหนดวางตลาด หลังจากหนังภาคล่าสุดนี้เข้าฉายหนึ่งสัปดาห์พอดี

เป้าหมายของ Harry Potter and the Order of the Phoenix ก็คงจะต้องการทุบสถิติเก่าที่ภาคก่อนๆ ทำไว้ทั่วโลกด้วยตัวเลขเฉลี่ย $882M อันเป็นตัวเลขใกล้เคียงกับของโจรสลัดหนุ่มหล่อ Pirates of the Caribbean และสูงกว่าของไอ้แมงมุม Spider-Man ที่เฉลี่ยอยู่ที่ $830M และสูงกว่าไตรภาค Star Wars ที่ทำไว้ $808M อย่างไรก็ตาม คงยากที่พ่อมดน้อยจะทำตัวเลขเฉลี่ยรายได้ไปถึงพ่อมดแกนดาล์ฟใน The Lord of the Rings ที่ทำรายได้เฉลี่ยไว้สูงถึง $970M

รคายได้เฉลี่ยต่อโรงของ Harry Potter and the Order of the Phoenix อยู่ที่ $17,995 จากช่วงสามวันสุดสัปดาห์ (รวมรายได้จากโรง IMAX อีก 91 โรงไปแล้ว) ส่วนค่าเฉลี่ยช่วงกลางสัปดาห์คือวันพุธและพฤหัสบดี หนังทำได้ $14,974 จาก 4,181 โรง (สองวันแรกได้ไป $62.6M) สูงเป็นกว่าสองเท่าของรองแชมป์เลยทีเดียว

อันดับ 2 เป็นของแชมป์เก่า ศึกหุ่นยนต์แปลงร่าง Transformers จากค่าย Paramount และ DreamWorks ที่กำกับโดย Michael Bay ทำเงินไปได้ $37M ลดลงจากสุดสัปดาห์แรกเพียง 48% ทั้งที่เจอคู่ปรับมาแรงมากอย่าง Harry Potter and the Order of the Phoenix จากที่ฉายมา 13 วันครึ่ง หนังโกยเงินไปแล้ว $224M และกลายเป็นหนังทำเงินสูงสุดในชีวิตการทำงานของผู้กำกับ Michael Bay ไปแล้วเรียบร้อย ด้วยทุนสร้างกว่า $150M คาดว่า Transformers คงทำเงินในอเมริกาไปได้ราว $300M หรือกว่า $700M เมื่อรวมจากทั่วโลก

พ่อครัวตัวจี๊ด Ratatouille จาก Disney และ Pixar ยังทำผลงานได้ดี รายได้ลดลงจากสุดสัปดาห์ที่แล้วแค่ 38% เก็บไปได้อีก $18M ในสุดสัปดาห์ที่สามของการฉาย รายได้รวมขณะนี้อยู่ที่ $143M คาดว่าคงไปได้ถึงระดับ $200M เลยทีเดียว ส่วนหนังแอ็คชั่นคนอึดตายยาก Bruce Willis เรื่อง Live Free or Die Hard รับไป $11.3M ลดลงจากสุดสัปดาห์ที่แล้ว 36% รวมรายได้ล่าสุดอยู่ที่ $103.3M คาดว่าจะไปได้ถึงประมาณ $130M

หนังตลกโรแมนติกของ Robin Williams เรื่อง License to Wed ยังประคองตัวไปได้ดี ด้วยรายได้ $7.3M ในสุดสัปดาห์ที่สองของการฉาย แผ่วลงไปแค่ 30% เท่านั้น หนังเรื่องนี้ทำเงินให้ Warner Bros. ไปแล้ว $30.4M จากที่ฉายมา 13 วัน คงจะไปหยุดที่ประมาณ $50-55M มีคิวฉายในไทยวางไว้ 2 สิงหาคม

หนังระทึกขวัญมาแรงเกินคาดของ MGM เรื่อง 1408 แสดงนำโดย John Cusack รายได้แผ่วไปแค่ 30% จากการฉายเป็นสุดสัปดาห์ที่ 4 ด้วยรายรับ $4.9M ส่งยอดรายได้รวมไปอยู่ที่ $62.1M กำลังเตรียมตัวแซงหน้าแชมป์หนังแนวสยองขวัญ/ระทึกขวัญแห่งปีอย่าง Disturbia เพื่อเป็นแชมป์ใหม่ในอีกไม่นาน ในขณะที่หนังตลกทุนหนาปึ้กของ Steve Carell เรื่อง Evan Almighty เก็บไปได้อีก $4.9M หรือลดลง 44% จากสุดสัปดาห์ที่แล้ว ทำรายได้รวมไปแล้ว $87.8M คงเหนื่อยหน่อยที่จะไปให้ถึงหลักร้อยล้าน

หนังตลกอีกเรื่องจาก Universal แต่ฮิตเกินเป้าอย่าง Knocked Up ตามมาที่รายได้ $3.7M หรือแผ่วลงจากสุดสัปดาห์ที่แล้วแค่ 30% ทำรายได้รวมไปแล้วถึง $138.2M ส่วนนังสารคดีของ Michael Moore เรื่อง Sicko ที่ตีแผ่วงการสาธารณสุขอเมริกัน แผ่วลงไปแค่ 28% ได้ไปอีกเหนาะๆ $2.6M ทำรายได้รวมให้ Lionsgate ผู้จัดจำหน่ายไปแล้ว $15.8M และปิดท้าย top ten ด้วยหนังรวมดารา Ocean's Thirteen ที่ได้ไป $2M ลดลง 44% จาสุดสัปดาห์ก่อนหน้า ทำเงินให้ Warner Bros. ไปแล้ว $112.5M

After Dark Films ล้มเหลวกับหนังสยองขวัญ Captivity นำแสดงโดย Elisha Cuthbert ที่เปิดตัวด้วยรายรับเพียง $1.4M ไม่ติด top ten ด้วยซ้ำ หนังทำรายได้เฉลี่ยต่อโรงออกมาแค่ $1,347 จาก 1,061 โรง

ที่โดนเบียดหลุดจาก top ten ไปก็คือภาคต่อของซูเปอร์ฮีโร่สี่กายสิทธิ์ Fantastic Four: Rise of The Silver Surfer ที่รับไปอีก $1.6M หรือร่วงลงถึง 61% ในสุดสัปดาห์ที่ 5 ของการฉาย ทำรายได้รวมให้ Fox ไปแล้ว $127.2M คาดว่าคงไปหยุดที่ประมาณ $130M ต่ำกว่าภาคแรกที่ทำได้ $154.7M เมื่อปี 2005 อยู่ 16% เทียบกับภาคต่อของหนังซัมเมอร์ฟอร์มยักษ์ส่วนใหญ่ปีนี้ ที่รายได้มักสู้ภาคก่อนหน้าไม่ได้ ก็ถือว่ายังพอไหว (Ocean's Thirteen ตามหลังภาคสองอยู่ 6%, Spider-Man 3 ตามอยู่ 10%, Shrek the Third แพ้อยู่ 25%, Pirates of the Caribbean: At World's End แพ้ภา่คที่แล้ว 25% และที่หนักหน่อยก็คือ Evan Almighty โดนทิ้งถึง 55% หรือแม้กระทั่งหนังแอนิเมชั่นแนวเดียวกัน จากค่ายเดียวกันอย่างของ Pixar นั่นคือ Ratatouille ที่โดนหนังเรื่องก่อนหน้าอย่าง Cars ทิ้งห่างอยู่ 9%)

สุดสัีปดาห์หน้าพบกับ I Now Pronounce You Chuck and Larry หนังตลกเรื่องใหม่ของ Adam Sandler ที่มี Kevin James, Jessica Biel ร่วมแสดง และหนังเพลงรีเมค Hairspray นำแสดงโดย John Travolta, Queen Latifah, Amanda Bynes กำกับโดย Adam Shankman แห่ง The Wedding Planner, The Pacifier, Cheaper by the Dozen 2


ตารางรายได้ 20 อันดับหนังทำเงินสุดสัปดาห์ที่ 13 - 15 กรกฎาคม 2550

# Title Jul 13 - 15 Jul 6 - 8 % Chg. Theaters Weeks AVG Cumulative Distributor










1 Harry Potter and the Order of the Phoenix $ 77,108,414

4,285 1 $ 17,995 $ 139,715,157 Warner Bros.
2 Transformers 37,027,901 70,502,384 -47.5 4,050 2 9,143 224,009,583 Paramount
3 Ratatouille 18,012,196 29,014,293 -37.9 3,625 3 4,969 142,997,082 Buena Vista
4 Live Free or Die Hard 11,279,135 17,730,149 -36.4 3,201 3 3,524 103,322,580 Fox
5 License to Wed 7,311,297 10,422,258 -29.8 2,715 2 2,693 30,379,749 Warner Bros.
6 1408 4,934,516 7,088,979 -30.4 2,206 4 2,237 62,127,222 MGM
7 Evan Almighty 4,895,055 8,719,135 -43.9 2,697 4 1,815 87,790,505 Universal
8 Knocked Up 3,676,500 5,222,680 -29.6 1,710 7 2,150 138,217,270 Universal
9 Sicko 2,604,139 3,600,179 -27.7 756 4 3,445 15,830,046 Lionsgate
10 Ocean's Thirteen 1,984,323 3,525,366 -43.7 1,244 6 1,595 112,506,702 Warner Bros.










11 Fantastic Four: Rise of the SS 1,633,612 4,239,993 -61.5 1,312 5 1,245 127,192,730 Fox
12 Captivity 1,429,100

1,061 1 1,347 1,429,100 After Dark
13 Pirates of the Caribbean: AWE 1,396,749 3,008,962 -53.6 928 8 1,505 304,454,423 Buena Vista
14 Evening 1,156,407 2,374,904 -51.3 760 3 1,522 10,842,501 Focus
15 Shrek the Third 662,041 1,537,841 -56.9 644 9 1,028 318,079,835 Paramount
16 You Kill Me 589,368 246,501 139.1 247 4 2,386 1,514,156 IFC
17 La Vie En Rose 543,470 608,884 -10.7 174 6 3,123 6,882,728 Picturehouse
18 Spider-Man 3 512,393 303,553 68.8 447 11 1,146 335,002,361 Sony
19 Talk to Me 402,000

33 1 12,182 402,000 Focus
20 Nancy Drew 390,766 912,495 -57.2 425 5 919 24,183,030 Warner Bros.

เรียบเรียงจาก : Weekend Box Office โดย Box Office Guru

ข้อมูลเพิ่มเติม :