<Mabuhay Pilipinas!!>...ทริปสั้นๆเช้าไปค่ำกลับ เดินเล่นหนึ่งวัน ณ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์...part 2{แตกประเด็นจาก E11384018}

สวัสดีครับ...จากกระทู้เดินเที่ยว Manila part 1 http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E11384018/E11384018.html
หลังจากพักกินมื้อกลางวันแล้ว มาเดินเที่ยวเมืองป้อม Intramuros กันต่อนะครับ ยังเหลือจุดน่าสนใจอีกหลายที่เลยครับ smile

จากร้าน Chowking หัวมุม Plaza de Roma ซึ่งเป็นที่ทานมื้อกลางวันของผม...ก็จะเดินตรงลงมาตามถนน Cabildo  แวะชมพิพิธภัณฑ์จีน (หมายเลข 5) จากนั้นต่อด้วยพิพิธภัณฑ์ Casa Manila (หมายเลข 9) แล้วจะจบการเที่ยวเมืองเก่าแห่งนี้ที่จุดไฮไลท์สำคัญอย่าง “โบสถ์มรดกโลก” San Augustin Church & Museum (หมายเลข 7-8) ครับ

จากคุณ : NMkrung [28 พ.ย. 54 00:01:03 ]
ความเห็นที่ 1

ถนน Cabildo ในเมืองเก่าแห่งนี้จะมีทั้งบรรยากาศตึกเก่าสวยๆและบ้านชาวบ้านคล้ายๆชุมชมท้องถิ่นนิดนึงครับ แต่ไม่ต้องหวั่นวิตกนะครับ เพราะดูชาวบ้านแถวนี้ก็อัธยาศัยดีไม่มีพิษภัยใดๆ นักท่องเที่ยวทั้งฟิลิปปินส์และคนต่างชาติก็เดินผ่านเนืองๆ ไม่มีปัญหาครับ

จากคุณ : หนุ่มเมืองกรุง (NMkrung) [28 พ.ย. 54 00:02:26 ]
ความเห็นที่ 2

จุดแรกที่แวะชมช่วงบ่ายนี้ก็คือ “พิพิธภัณฑ์ชาวจีน” [Bahay Tsinoy] ซึ่งตั้งอยู่ในตึกสมาคมจีนครับ พิพิธภัณฑ์นี้มีนิทรรศการบอกเล่าเรื่องราวของชาวจีนที่มาอยู่อาศัยในประเทศฟิลิปปินส์ ตั้งแต่กลุ่มพ่อค้าสมัยโบราณ จนมาตั้งถิ่นฐานอยู่ใน Parian หรือชุมชมชาวจีนที่สเปนจัดไว้ให้ในมะนิลา ชาวจีนที่นี่มีทั้งเอกลักษณ์ขนบธรรมเนียมดั้งเดิมแบบจีน และก็มีทั้งการยอมรับนับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกตามอย่างชาวฟิลิปปินส์โดยทั่วไป มีการผสมผสานกลมกลืนจนกลายเป็นกลุ่มคนที่เรียกว่า Tsinoy หรือ “ชาวฟิลิปปินส์เชื้อสายจีน” ไงล่ะครับ

นิทรรศการทำได้น่าสนใจใช้ได้ครับ แต่ส่วนหลังๆจะออกแนวกิจกรรมของสมาคมชาวจีนเยอะไปนิดนึง (ก็เขาเป็นเจ้าของตึกนี้นี่) แต่ข้อดีก็มีคือพิพิธภัณฑ์นี้แอร์เย็นฉ่ำมาก คลายร้อนได้เยอะเลย เหอๆๆๆ ค่าเข้าชมคนละ 100 Peso ครับ

จากคุณ : หนุ่มเมืองกรุง (NMkrung) [28 พ.ย. 54 00:03:36 ]
ความเห็นที่ 3

ออกจากพิพิธภัณฑ์ชาวจีน ก็เดินตรงลงมาอีกนิด เลี้ยวขวาเข้าถนน Real ก็จะมาพบกับกลุ่มตึกรามบ้านช่องเก่าๆสุดคลาสสิคตั้งแต่สมัยอาณานิคมเชียวนะครับ กลุ่มตึกแถวสวยๆนี้จะอยู่ในแนวถนน General Luna ซึ่งยังคงรักษาสภาพดั้งเดิมไว้พอสมควร โดยเฉพาะพื้นถนนที่ปูด้วยแผ่นหินชิ้นเล็กๆแบบดั้งเดิมเช่นนี้ครับ

จากคุณ : หนุ่มเมืองกรุง (NMkrung) [28 พ.ย. 54 00:04:59 ]
ความเห็นที่ 4

ตึกที่น่าสนใจที่สุดในบริเวณนี้ก็คือ “Casa Manila” ครับ มีป้ายทางเข้าโดดเด่นเช่นนี้ไม่ผิดที่แน่นอนครับ

จากคุณ : หนุ่มเมืองกรุง (NMkrung) [28 พ.ย. 54 00:05:57 ]
ความเห็นที่ 5

Casa Manila เป็นตึกแถวทรงโบราณที่จำลองมาจากบ้านผู้ดีในยุคอาณานิคมสเปนครับ ตึกนี้สร้างด้วยหินภูเขาไฟและต่อเติมชั้นบนด้วยโครงสร้างไม้ครับ ภายในจะมี 3 ชั้น แต่ละชั้นจะจัดเป็นห้องหับต่างๆที่จำลองวิถิชีวิตผู้ดีในสมัยก่อน มีทั้งห้องนั่งเล่น ห้องรับแขก ห้องรับประทานอาหาร ห้องทานกาแฟ ห้องนอนใหญ่ ห้องนอนเล็ก ห้องสวดมนต์ ห้องครัวโบราณ จุดเด่นคือเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นเป็นของโบราณที่คลาสสิกมากถึงมากที่สุดครับ!! ไหนจะโคมระย้าแก้วเจียระไน พัดลมแบบโบกติดตั้งบนเพดาน และฝ้าเพดานชั้นบนสุดยังเป็นโลหะดุนลายที่สั่งตรงมาจากอังกฤษด้วยครับ

การเข้ามาชมบรรยากาศใน Casa Manila ก็เหมือนได้จินตนาการย้อนยุคไปเป็นคหบดีเศรษฐีสมัยโบราณ เป็นคุณชายคุณหญิง จะว่าเป็น “บ้านทรายทอง” เวอร์ชั่นฟิลิปปินส์ก็คงจะได้นะครับเนี่ย เหอๆๆๆ

ค่าเข้าชมภายใน Casa Manila คนละ 75 Peso ครับ ภายในห้องต่างๆห้ามถ่ายรูปนะครับ แหม เสียดายก็ตรงนี้แหละครับเพราะแต่ละห้องสวยจริงๆครับ

จากคุณ : หนุ่มเมืองกรุง (NMkrung) [28 พ.ย. 54 00:06:47 ]
ความเห็นที่ 6

อย่างไรก็ตาม ถ้าไม่เข้าชมในห้องหับต่างๆบนตัวตึก Casa Manila เราก็ยังสามารถมาเดินเล่นถ่ายรูปในส่วนของ Courtyard ลานกลางบ้านได้ครับ ซึ่งจุดนี้เข้ามาฟรีไม่เสียสตางค์ บรรยากาศลานปูหินแบบนี้มีน้ำพุตรงกลาง นึกถึงฉากต่อสู้ในหนังเรื่อง “สามทหารเสือ The Three Musketeers” เลยนะครับ ที่เหล่าทหารเสือทั้งสี่ใช้ดาบเป็นอาวุธอย่างคล่องแคล่ว ฟาดฟันกับกองกำลังของคาร์ดินัลริชลิวอันชั่วร้าย ด้วยหมายจะรักษาราชบัลลังก์ของพระเจ้าหลุยส์ด้วยใจภักดี สมดังปฏิญญาทหารเสือที่ว่า “One for all & All for one – หนึ่งสู่เหล่า รวมเราเป็นหนึ่ง!!”

ป.ล. ผมชะจะบ้าหนังฮอลลีวู้ดมากไปรึเปล่าครับเนี่ย แต่บรรยากาศหลายๆที่ในกรุงมะนิลาชวนให้คิดถึงจริงๆครับ หุหุ

จากคุณ : หนุ่มเมืองกรุง (NMkrung) [28 พ.ย. 54 00:07:56 ]
ความเห็นที่ 7

สวัสดีอาจารย์หนุ่มรอบดึกคับ แวะมาเสิร์ฟ สเลอปี มอคค่า โลก้า หุหุ 

จากคุณ : Himalaya [28 พ.ย. 54 00:08:02 ]
ความเห็นที่ 8

พี่เจ้าหน้าที่ ณ Casa Manila ครับ...ชุดพี่เขาเท่สุดๆๆๆ  เข้ากะบรรยากาศย้อนยุคในเมืองเก่า Intramuros ดีแท้นะครับ smile

จากคุณ : หนุ่มเมืองกรุง (NMkrung) [28 พ.ย. 54 00:08:50 ]
ความเห็นที่ 9

ตามมาเที่ยวต่อครับ

จากคุณ : ในวันที่ฟ้ามีเพียงแค่สีเทา [28 พ.ย. 54 00:09:53 ]
ความเห็นที่ 10

สวัสดีครับ คุณ Himalaya
............................................

และแล้วเมื่อข้ามถนนจาก Casa Manila มานิดเดียว ผมก็มาถึงสถานที่สำคัญซึ่งเป็นไฮไลท์ของทริปนี้ล่ะครับ นั่นคือ “โบสถ์มรดกโลก” San Augustin Church ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังถึงความวิจิตรอลังการทางศิลปกรรม จนบางคนถึงกับยกให้โบสถ์นี้เป็นสิ่งก่อสร้างที่สวยที่สุดในฟิลิปปินส์เลยครับ จะงามขนาดไหนเดียวมาดูกันนะครับ

อันนี้เพียงแค่ประตูข้างโบสถ์นะครับ เห็นงานแกะสลักพริ้วๆเช่นนี้ผมถึงกับอึ้งไปเลยครับ!!

จากคุณ : หนุ่มเมืองกรุง (NMkrung) [28 พ.ย. 54 00:09:56 ]
ความเห็นที่ 11

สวัสดีครับ คุณในวันที่ฟ้ามีเพียงแค่สีเทา
............................................................

ด้านหน้าโบสถ์ San Augustin ครับ ลักษณะสถาปัตยกรรมค่อนข้างเรียบง่าย แต่ใช้สีออกหวานแหววนิดนึง มิน่าล่ะครับ โบสถ์สีหวานเช่นนี้จึงเป็นที่นิยมจัดพิธีแต่งงานกันมาก และวันที่ผมไปเที่ยวนี้ก็มีงานแต่งงานระดับไฮโซของฟิลิปปินส์ด้วยครับ คนเพียบกล้องเพียบเลย!!

จากคุณ : หนุ่มเมืองกรุง (NMkrung) [28 พ.ย. 54 00:11:30 ]
ความเห็นที่ 12

แขกเหรื่อในงานแต่งงานครั้งนี้จัดเต็มทุกคนครับ!! Dress Code งานนี้เล่นเอานักท่องเที่ยวอย่างผมกลายเป็นพวกบ้านนอกไปเลย พวกนักท่องเที่ยวฝรั่งก็ตื่นเต้นกันน่าดูครับ 5555+

จากคุณ : หนุ่มเมืองกรุง (NMkrung) [28 พ.ย. 54 00:12:20 ]
ความเห็นที่ 13

เจ้าสาวและผองเพื่อนครับ...อย่าประมาทสาวหมวยฟิลิปปินส์นะครับหนุ่มๆทั้งหลาย น่ารักมากๆๆๆๆๆๆๆ อิอิอิ

ป.ล. เขาว่าผู้หญิงจะสวยสุดตอนกำลังมีความรักใช่มั้ยครับ wink

จากคุณ : หนุ่มเมืองกรุง (NMkrung) [28 พ.ย. 54 00:13:25 ]
ความเห็นที่ 14

เดี๋ยวจะว่ามีแต่รูปเจ้าสาว มาดูฝั่งเจ้าบ่าวมั่งครับ...ตี๋ปินอยก็ใช่ย่อยนะครับสาวๆทั้งหลาย ตัวผมเองดูเป็นอาแป๊ะไปเลยเมื่อเทียบกะเจ้าบ่าวงานนี้ 5555+

จากคุณ : หนุ่มเมืองกรุง (NMkrung) [28 พ.ย. 54 00:13:57 ]
ความเห็นที่ 15

มาทางฟากญาติผู้ใหญ่บ้างครับ รูปนี้อยากให้ดูคุณลุงภูมิฐานหล่อเท่ในชุดประจำชาติฟิลิปปินส์ นั่นคือ “Barong Tagalog” ครับ เป็นเสื้อเชิ้ตลายลูกไม้ที่ตัดเย็บมาจากผ้าใยสับปะรดครับ ดูโปร่งเบาสบายแต่ใส่แล้วเท่มากๆ ชาวฟิลิปปินส์จะใส่ Barong Tagalog สำหรับออกงานพิธีการต่างๆเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติที่ดูดีทีเดียวครับ

จากคุณ : หนุ่มเมืองกรุง (NMkrung) [28 พ.ย. 54 00:14:36 ]
ความเห็นที่ 16

ผมรอให้เจ้าสาวทำพิธีโยนดอกไม้และแขกเหรื่อสลายตัวกันพักนึง แล้วจึงแหวกฝูงชนเข้าไปถ่ายรูปประตูใหญ่ของโบสถ์ครับ หุหุ ประตูนี้เป็นไม้แกะสลักอายุนับร้อยๆปีเชียวนะครับ ลวดลายพริ้วๆเช่นนี้เป็นเอกลักษณ์ของศิลปะยุโรปแบบ Baroque ครับ

จากคุณ : หนุ่มเมืองกรุง (NMkrung) [28 พ.ย. 54 00:16:52 ]
ความเห็นที่ 17

จุดเด่นคือรูป  “Saint Augustine of Hippo” นักบุญผู้เชื่อมั่นในความเป็นนิรันดร์ของพระผู้เป็นเจ้า...ชื่อโบสถ์ San Augustin ก็มาจากนามของท่านนี่เองครับ

จากคุณ : หนุ่มเมืองกรุง (NMkrung) [28 พ.ย. 54 00:17:33 ]
ความเห็นที่ 18

ผมถ่ายรูปประตูโบสถ์ได้แป๊บนึงก็มีคนมาสะกิดหลัง ปรากฏว่าเป็นทีมงาน organizer งานแต่งงานครับ เขาขออนุญาตให้ผมถอยออกมาซักครู่เพื่อให้เจ้าสาวคนใหม่เตรียมเข้าโบสถ์ โอ้ววว วันนี้คิวพิธีแต่งงานที่โบสถ์ San Augustin ท่าทางจะยาวทีเดียวครับ เจ้าบ่าวเจ้าสาวงานไฮโซเมื่อสักครู่แต่งเสร็จจบพิธีไม่ทันไร ก็มีเจ้าสาวงานใหม่รอเข้าพิธีในโบสถ์ต่อเลยครับ คิวงานโบสถ์นี้ชุกจริงๆ เหอๆๆ

ผมชอบรูปนี้ครับ ดูมีพลังยังไงไม่รู้ เจ้าสาวคนนี้ก็สวยไม่แพ้คนที่แล้วเลย รูปนี้ดูเหมือนเธอมุ่งมั่นเตรียมพร้อมก้าวเข้าสู่โบสถ์เพื่อกล่าวคำปฏิญานต่อหน้าพระผู้เป็นเจ้า ว่าจะรักชายคนหนึ่งที่รออยู่หน้าแท่นพิธีในโบสถ์จนชั่วชีวิต ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์อวยพรเธอด้วยนะครับ ^_^

ป.ล. ผมบรรยายได้ไงเนี่ย ตนเองยังเป็นคนโสดอยู่แท้ๆ เหอๆๆๆ

จากคุณ : หนุ่มเมืองกรุง (NMkrung) [28 พ.ย. 54 00:18:39 ]
ความเห็นที่ 19

ขอแสดงความยินดีกับเจ้าบ่าวเจ้าสาวคู่ใหม่นะครับ...จากใจหนุ่มโสดอย่างผม wink

จากคุณ : หนุ่มเมืองกรุง (NMkrung) [28 พ.ย. 54 00:19:25 ]
ความเห็นที่ 20

เนื่องจากในโบสถ์ยังจัดพิธีไม่เสร็จ ผมเลยเลี่ยงออกมาชมส่วนที่เป็น Museum ก่อนละกันครับ จ่ายค่าเข้า 100 Peso แล้วตามเข้ามาเลยครับ

"San Augustin Church" แห่งนี้เป็นหนึ่งในโบสถ์เก่าแก่คู่บ้านคู่เมือง Intramuros มาช้านานแล้วครับ อายุสมัยความเก่าแก่ก็ไม่แพ้มหาวิหาร Manila Cathedral ที่เพิ่งได้ชมไปกระทู้ที่แล้วเลยครับ ความพิเศษของโบสถ์นี้ก็คือเป็นศาสนสถานแห่งเดียวในเขตกำแพงเมือง Intramuros ที่ยังคงสภาพสมบูรณ์ที่สุดทั้งภายในและภายนอก แม้ว่าจะผ่านภัยธรรมชาติและภัยสงครามมานับครั้งไม่ถ้วน มีเพียงหอระฆังหอเดียวเท่านั้นที่พังไปเพราะแผ่นดินไหว นอกจากนี้ทุกองค์ประกอบของโบสถ์ San Augustin ยังคงเป็นสถาปัตยกรรมโบราณดั้งเดิมทั้งสิ้น ด้วยคุณค่าตรงจุดนี้เองทำให้ San Augustin Church ได้รับการยกย่องให้เป็น “มรดกโลก” (World Heritage) จาก Unesco ด้วยครับ

ระเบียงข้างโบสถ์ส่วนที่เป็นพิพิธภัณฑ์นี่ดูเหมือนในหนังเรื่อง Harry Potter นะครับเนี่ย บรรยากาศดูวิเวกวังเวงจนแอบขนลุกนิดนึง กลัวเดินสวนกับลอร์ดโวลเดอมอร์ เหอๆๆ

จากคุณ : หนุ่มเมืองกรุง (NMkrung) [28 พ.ย. 54 00:20:54 ]
ความเห็นที่ 21

อ่ะ มีอุโมงค์ขึ้นไปข้างบนด้วย มาดูกันๆครับ

จากคุณ : หนุ่มเมืองกรุง (NMkrung) [28 พ.ย. 54 00:21:57 ]
ความเห็นที่ 22

บรรยากาศเหมือนเดินอยู่ในปราสาทยุโรปยุคกลางยังไงยังงั้นเลยครับ สุดยอดมากๆ

จากคุณ : หนุ่มเมืองกรุง (NMkrung) [28 พ.ย. 54 00:23:09 ]
ความเห็นที่ 23

เนื่องจากที่นี้เป็นโบสถ์สำคัญในศาสนาคริสต์ ตามห้องหับคูหาต่างๆจึงมักจะมีแท่นบูชาทั้งเล็กใหญ่สำหรับนมัสการพระผู้เป็นเจ้าและนักบุญต่างๆเสมอครับ

จากคุณ : หนุ่มเมืองกรุง (NMkrung) [28 พ.ย. 54 00:24:02 ]
ความเห็นที่ 24

ผมขึ้นมาจนถึงห้องชั้นลอยของโบสถ์ครับ ระเบียงชั้นลอยนี้น่าจะเป็นที่สำหรับนักร้องและนักดนตรีประจำโบสถ์ครับ จะเห็นแท่นวางสมุดโน้ตใหญ่เบ้อเริ่มแบบโบราณตรงกลางนี่เลยครับ

จากคุณ : หนุ่มเมืองกรุง (NMkrung) [28 พ.ย. 54 00:24:47 ]
ความเห็นที่ 25

ที่น่าดูมากๆอีกอย่างนึงก็คือ “Pipe Organ” เครื่องดนตรีโบราณที่ใช้บรรเลงในพิธีการสำคัญของโบสถ์ครับ สำหรับออร์แกนโบราณตัวนี้สั่งตรงมาจากสเปนเมื่อร้อยกว่าปีก่อนครับ และยังใช้เล่นดนตรีสำหรับพิธีมิสซาทุกเช้าวันอาทิตย์นะครับ...เสียดายว่าผมมาที่โบสถ์นี้ในเวลาบ่ายแล้วก็เลยอดฟังเสียงว่าจะน่าตื่นตะลึงเพียงใด

จากคุณ : หนุ่มเมืองกรุง (NMkrung) [28 พ.ย. 54 00:25:34 ]
ความเห็นที่ 26

ตรงนี้น่าจะเป็นที่นั่งคณะนักร้องประจำโบสถ์อ่ะครับ เฟอร์นิเจอร์เก่าแท้สวยสุดๆไปเลยครับ

จากคุณ : หนุ่มเมืองกรุง (NMkrung) [28 พ.ย. 54 00:26:18 ]
ความเห็นที่ 27

จากระเบียงนักดนตรีนี่เอง เมื่อมองลงไปด้านล่างภายในโบสถ์...โอ้ววว แทบหยุดหายใจเลยครับ!!

นี่ล่ะครับสมกับที่เขาว่า San Augustin Church คือโบสถ์ที่วิจิตรตระการตาที่สุดของประเทศฟิลิปปินส์ครับ...อลังการมากๆๆๆ

จากคุณ : หนุ่มเมืองกรุง (NMkrung) [28 พ.ย. 54 00:27:03 ]
ความเห็นที่ 28

Interior Design ของโบสถ์นี้เน้นความวิจิตรอลังการตามสไตล์ศิลปะยุโรปแบบ Baroque ที่นิยมลวดลายปูนปั้นพริ้วๆและงานจิตรกรรมที่ดูหรูหราฟู่ฟ่า ซึ่งองค์ประกอบที่ตกแต่งภายในตั้งแต่แท่นบูชาหลัก แนวเสารับซุ้มโค้ง ตลอดจนเพดานที่ประดับด้วยโคมระย้าแก้วแพรวพราวมากมาย ทำเอาแทบไม่เชื่อสายตาตนเองเลยครับว่าตนเองกำลังอยู่ในประเทศฟิลิปปินส์ ผมนึกว่ากำลังอยู่ในโบสถ์สวยๆประจำเมืองซักแห่งในทวีปยุโรปอ่ะครับ

ป.ล. ข้างล่างเหมือนกำลังทำพิธีรับศีลสำหรับเด็กอยู่นะครับ

จากคุณ : หนุ่มเมืองกรุง (NMkrung) [28 พ.ย. 54 00:27:50 ]
ความเห็นที่ 29

พอเห็นว่าข้างล่างเสร็จพิธีแล้ว ผมก็รีบลงมาชื่นชมความงามในโบสถ์ San Augustin ให้เต็มตาซะทีล่ะครับ...ของจริงนี่วิจิตรอลังการยิ่งกว่าในรูปผมเยอะเลยนะครับเนี่ย ผมว่าทริปสั้นๆครั้งนี้คุ้มค่าที่สุดแล้วเมื่อได้มายืนอยู่ที่ใจกลางความสง่างามของกรุงมะนิลา ณ San Augustin Church แห่งนี้ล่ะครับ

จากคุณ : หนุ่มเมืองกรุง (NMkrung) [28 พ.ย. 54 00:29:16 ]
ความเห็นที่ 30

เพดานโบสถ์ใช้เทคนิคการเขียนภาพลวงตาเสมือนว่าเป็นโดมสูงขึ้นไปอีก ดูน่าสนใจดีนะครับ โดยเฉพาะคนที่ชอบ Western Art มาชมโบสถ์นี้เห็นจะอยู่ได้เป็นวันๆเลยครับ

จากคุณ : หนุ่มเมืองกรุง (NMkrung) [28 พ.ย. 54 00:31:08 ]
ความเห็นที่ 31

ผมเองทั้งชื่นชมความงามและถ่ายรูปอยู่ในโบสถ์ San Augustin นานโขเลยครับ รู้ตัวตื่นจากภวังค์อีกทีก็บ่ายคล้อยแล้ว เวลาเที่ยวใกล้หมดล่ะครับเห็นทีจะต้องลาจากเมืองป้อม Intramuros ซะที ว่าแล้วก็ออกเดินเท้าก้าวไปกันต่อเลยนะครับ

เดินผ่านมาเจอรถคันนี้ สีสันเจ็บๆแบบนี้มีที่ประเทศนี้ที่เดียวครับ "The Philippines" smile

จากคุณ : หนุ่มเมืองกรุง (NMkrung) [28 พ.ย. 54 00:31:54 ]
ความเห็นที่ 32

ตามแผนเที่ยวของผมก็คือ จะเดินออกจากเขตกำแพงเมืองเก่า Intramuros ทางทิศเหนือครับ แล้วข้ามแม่น้ำ Pasig ที่สะพาน MacArthur มุ่งหน้าสู่ย่าน Chinatown ครับโดยมีจุดหมายอยู่ที่ Quiapo Church ที่อยู่มุมบนด้านซ้ายของแผนที่นี่ล่ะครับ

จากคุณ : หนุ่มเมืองกรุง (NMkrung) [28 พ.ย. 54 00:32:49 ]
ความเห็นที่ 33

ผมเดินออกจากกำแพงเมือง Intramuros ได้หน่อยนึงก็มาเจอกับตึกใหญ่มหึมาหลังนี้ครับ นี่คือที่ทำการไปรษณีย์กลางของกรุงมะนิลาครับ ใหญ่โตสง่างามเช่นนี้ก็เลยไม่พลาดที่จะถ่ายรูปเป็นที่ระลึกนะครับ

จากคุณ : หนุ่มเมืองกรุง (NMkrung) [28 พ.ย. 54 00:33:48 ]
ความเห็นที่ 34

เมื่อเดินข้ามแม่น้ำ Pasig มาแล้ว ผมก็ประจักษ์ว่าฝั่งทิศเหนือของแม่น้ำนี่คือย่านการค้าชุมชนขนาดใหญ่ที่จอแจ อารมณ์เหมือนเดินอยู่แถวบางรัก-เจริญกรุงในกรุงเทพฯน่ะครับ ผู้คนส่วนใหญ่ในย่านนี้จะมีทั้งชาว Filipino แท้ๆและชาว Tsinoy หรือ “ชาวฟิลิปปินส์เชื้อสายจีน” ครับ

เวลาก็แวะมาชมโบสถ์อีกซักแห่งในเขต Chinatown แห่งนี้...ที่นี่ชื่อว่า Santa Cruz Church ครับ

จากคุณ : หนุ่มเมืองกรุง (NMkrung) [28 พ.ย. 54 00:35:06 ]
ความเห็นที่ 35

ข้างใน Santa Cruz ก็เห็นคนมาสวดมนต์กันเยอะเพราะเป็นวันอาทิตย์ สังเกตดูจะเห็นผู้คนเชื้อสายจีนค่อนข้างมากครับ เพราะชาว Tsinoy ส่วนใหญ่จะเข้ารีตนับถือคาทอลิกตามอย่างชาวฟิลิปปินส์เกือบทั้งนั้นครับ ดูแปลกตาดีที่เห็นคนเชื้อสายจีนเข้าโบสถ์คาทอลิกน่ะครับ

นึกไปนึกมาก็คงคล้ายๆในกรุงเทพฯที่มีคริสตจักรจีนสะพานเหลืองอ่ะครับ ชาวไทยเชื้อสายจีนบ้านเราเองที่เป็นคริสต์ก็มีอยู่ไม่น้อยเช่นกันนะครับ

จากคุณ : หนุ่มเมืองกรุง (NMkrung) [28 พ.ย. 54 00:36:02 ]
ความเห็นที่ 36

จาก Santa Cruz ผมก็เดินซอกแซกมาเรื่อยจนมาโผล่ที่ย่านถนน Carriedo ครับ แทบตกใจเพราะนึกว่าเดินอยู่คลองถม-สำเพ็ง!! บรรยากาศเดียวกับย่านที่กล่าวมาในกรุงเทพเลยครับ ผู้คนชาวปินอยเดินเบียดเสียดจับจ่ายซื้อของกันขวักไขว่เต็มถนน ที่นี่มีแผงลอยมากมายสุดลูกหูลูกตาขายของทุกอย่างครับเหมือนสำนวนไทยว่าขายสากกะเบือยันเรือรบ ได้อารมณ์ชาวบ้านฟิลิปปินส์แท้ๆครับย่านนี้  ผมยกให้ถนน Carriedo เป็น “สำเพ็งมะนิลา” ละกันนะครับ หุหุ

ป.ล.เดินในย่านคนเยอะๆแน่นๆเช่นนี้ ต้องระวังกระเป๋าและของมีค่าทั้งหลายนะครับ กฎข้อนี้ใช้กับทุกทีไม่ว่าจะเป็นที่มะนิลาหรือในกรุงเทพฯครับ อย่าลืมๆๆ

จากคุณ : หนุ่มเมืองกรุง (NMkrung) [28 พ.ย. 54 00:36:56 ]
ความเห็นที่ 37

แผงขายอาหารพื้นเมืองแบบฟิลิปปินส์ ดูบางอย่างก็คล้ายอาหารไทยแต่บางอย่างก็ไม่เหมือน อร่อยหรือไม่คงตอบไม่ได้เพราะผมไม่ได้แวะชิมครับ เหอๆๆ

จากคุณ : หนุ่มเมืองกรุง (NMkrung) [28 พ.ย. 54 00:38:00 ]
ความเห็นที่ 38

กว่าจะฝ่าผู้คนในสำเพ็งมะนิลาออกมาได้ก็แทบแย่ครับ คนเยอะจริงๆ และแล้วก็มาถึงสถานที่สำคัญอีกแห่งล่ะครับ นั่นคือ “Quiapo Church” โบสถ์ไม่ใหญ่แต่ศักดิ์สิทธิ์ขึ้นชื่ออีกแห่งของกรุงมะนิลาล่ะครับ

โบสถ์สวยเรียบง่ายสีอ่อนหวานหลังนี้ เป็นที่ประดิษฐาน “พระเยซูองค์ดำ” (Black Nazarene) รูปประติมากรรมพระเยซูขณะแบกไม้กางเขนเก่าแก่ซึ่งถูกอัญเชิญมาจากเม็กซิโกตั้งแต่สมัยอาณานิคมสเปน ชาวคาทอลิกฟิลิปปินส์เคารพนับถือพระรูปองค์นี้ว่าศักดิ์สิทธิ์มากๆ คล้ายๆกับที่ชาวพุทธไทยเรานับถือความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อโสธรน่ะครับ โบสถ์ย่อมๆกลางตลาดหลังนี้จึงได้รับการยกย่องพิเศษจากสมเด็จพระสันตะปาปาแห่งกรุงวาติกันให้เป็น “Minor Basilica” สถานะความศักดิ์สิทธิ์เทียบเท่า Manila Cathedral เชียวนะครับ

จากคุณ : หนุ่มเมืองกรุง (NMkrung) [28 พ.ย. 54 00:39:06 ]
ความเห็นที่ 39

วันที่ผมไปเหมือนกำลังจะมีงานครับ เห็นเด็กนักเรียนใส่เสื้อทีมหลายกลุ่มเลย แต่ละกลุ่มจะมีธงประจำกลุ่มเป็นรูป Black Nazarene ทั้งนั้นเลยครับ

จากคุณ : หนุ่มเมืองกรุง (NMkrung) [28 พ.ย. 54 00:40:16 ]
ความเห็นที่ 40

ผมไม่อาจฝ่าฝูงชนเข้าไปถึงในโบสถ์ได้ครับ คนมานมัสการเยอะจริงๆครับเหมือนวัดหลวงพ่อโสธรบ้านเราไม่มีผิด ผมเห็นแต่พระเยซูองค์ดำอยู่ลิบๆบนแท่นบูชาในโบสถ์นู่นน่ะครับ

จากคุณ : หนุ่มเมืองกรุง (NMkrung) [28 พ.ย. 54 00:41:01 ]
ความเห็นที่ 41

ปรากฏว่าที่ข้างๆโบสถ์นี่เองมีเต็นท์ประดิษฐาน Black Nazarene องค์จำลองครับ เห็นศาสนิกชนชาวฟิลิปปินส์ต่อแถวรอเข้ามาสักการะ ถวายพวงมาลัยและขอลูบองค์พระกันมากมายเลยครับ เพราะเขาต่างเชื่อมั่นว่าพระรูปองค์นี้มีคุณวิเศษมากมายอย่างยิ่งครับ

Black Nazarene องค์นี้จะนำออกแห่ให้ประชาชนได้สักการะในพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ช่วงเดือนมกราคมของทุกปีครับ วันแห่องค์พระนี่เขาว่ากันว่าคนฟิลิปปินส์มากันมืดฟ้ามัวดินหลายหมื่นคนเลยครับ ต่างก็เบียดเสียดเข้ามาให้ใกล้พระเยซูองค์ดำมากที่สุด แม้จะอันตรายมากเพราะผู้คนมหาศาลเบียดกันจนถึงมีคนตายทุกปีในวันแห่ แต่ก็ไม่อาจขัดขวางแรงศรัทธาอันยิ่งยวดของคริสต์ศาสนิกชนผู้เชื่อมั่นในพระผู้เป็นเจ้าได้ครับ ความเชื่อมั่นของชาวคาทอลิกฟิลิปปินส์นี่สุดยอดจริงๆครับ

จากคุณ : หนุ่มเมืองกรุง (NMkrung) [28 พ.ย. 54 00:42:20 ]
ความเห็นที่ 42

สวยมากครับ  ตามไปเที่ยวด้วยคนครับ

จากคุณ : เล็กทาโร่ [28 พ.ย. 54 00:42:56 ]
ความเห็นที่ 43

แถวๆหน้า Quiapo Church มีตลาดสดครับ ขายของสดของแห้งพืชผักต่างๆ บรรยากาศเหมือนตลาดสดบ้านเราทั้งอย่างทั้งข้าวของและผู้คนครับ ต่างกันนิดเดียวตรงที่ผู้คนที่นี่พูดจาภาษา Filipino (Tagalog) ทั้งสิ้นครับ สมแล้วล่ะที่ใครต่อใครบอกว่าคนไทยกับคนฟิลิปปินส์หน้าตาคล้ายคลึงกันมากจริงๆครับ

จากคุณ : หนุ่มเมืองกรุง (NMkrung) [28 พ.ย. 54 00:43:06 ]
ความเห็นที่ 44

สวัสดีครับ คุณเล็กทาโร่
..........................................

ชมโบสถ์ดูตลาดได้พักใหญ่เห็นเวลาใกล้จะสี่โมงเย็นแล้ว ผมก็ต้องรีบไปยังที่หมายสุดท้ายต่อเลยครับนั่นคือย่านธุรกิจสำคัญ Makati ซึ่งจากตรง Chinatown นี่ผมต้องขึ้นรถไฟฟ้า LRT สายสีเหลืองที่สถานี Carriedo ย้อนกลับลงมาที่ EDSA แล้วเดินต่อไปอีกนิดเพื่อเปลี่ยนสายขึ้นรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินที่สถานี Taft Avenue นั่งต่อไปสองสถานีเพื่อลงที่ Ayala ครับ

อย่างที่เคยบอกตั้งแต่กระทู้แรกครับว่า ระบบรถไฟฟ้าทั้ง LRT และ MRT ของมะนิลาจะไม่ค่อยสะดวกสบายเท่า BTS กรุงเทพฯครับ เพราะที่นี่คนเยอะมากๆ ระบบการจัดการก็ล้าหลังบ้านเราพอสมควร (ก็มะนิลาเขามีรถไฟฟ้าก่อนเรานานแล้วแต่ไม่ค่อยพัฒนา) อย่างการซื้อตั๋วก็ต้องมาต่อคิวยาวเหยียดซื้อกับพนักงานเคาน์เตอร์เพราะไม่มีตู้จำหน่ายอัตโนมัติครับ ดังนั้นจะใช้รถไฟฟ้ามะนิลาต้องใจเย็นซักนิดและเผื่อเวลาเดินทางซักหน่อยนะครับ

รูปนี้ที่สถานี MRT Taft Avenue ครับ คนจะเยอะไปไหนเนี่ย เหอๆๆ

จากคุณ : หนุ่มเมืองกรุง (NMkrung) [28 พ.ย. 54 00:44:25 ]
ความเห็นที่ 45

เย็นวันนี้ผมมาปิดทริปสั้นหนึ่งวันในมะนิลาที่ห้างสรรพสินค้าย่าน Makati ครับ ซึ่งเป็นย่านศูนย์กลางธุรกิจทันสมัยของกรุงมะนิลา คล้ายๆย่านสีลม-สาทรของกรุงเทพฯอ่ะครับ

จะบอกว่าที่ได้มาเดินห้างแถว Makati บอกตรงๆว่ามิอาจเทียบห้างสรรพสินค้าชั้นดีในเมืองไทยได้ครับ ห้างของฟิลิปปินส์ยังดูมึนๆงงๆชวนให้หลงง่าย ร้านรวงข้าวของมีครบครับแต่สีสันดูน้อยกว่าห้างหรูๆในกรุงเทพฯอย่างเห็นได้ชัดครับ ผมว่าห้างต่างๆแถวสยามบ้านเรานี่สุดยอดของที่สุดแล้วครับ

จากคุณ : หนุ่มเมืองกรุง (NMkrung) [28 พ.ย. 54 00:45:45 ]
ความเห็นที่ 46

แต่อย่างน้อยผมว่า Makati เป็นย่านที่ดูเดินสบายไร้กังวลที่สุดล่ะครับ จะมาเดินตากแอร์หลบร้อนที่ห้างใหญ่ๆอย่าง Gariatta หรือ Greenbelt หาร้านอาหารดีๆหรือร้านขนมแนวๆทานก็เป็นไอเดียที่ดีนะครับ

อ้อ ที่เขาว่ากันว่าแต่ละห้างต้องมี รปภ.ถือปืนประจำทางเข้าอย่างเข้มงวดนี่ เท่าที่ผมสังเกตก็ไม่ถึงขนาดนั้นนะครับ จริงอยู่ทุกห้างมี รปภ.ตรวจค้นทุกคนที่เข้าห้างจริง แต่ไม่ถึงกับถือปืนไรเฟิลจังก้าระวังภัยปานนั้นหรอกครับ ที่เห็นพกกันก็ปืนพกแบบตำรวจไทยนั่นแล แถมบ้างห้างตอนนี้ให้ รปภ. แต่งเป็น Peterpan เข้าบรรยากาศเดือนคริสต์มาสซะงั้น เหอๆๆ

จากคุณ : หนุ่มเมืองกรุง (NMkrung) [28 พ.ย. 54 00:46:55 ]
ความเห็นที่ 47

ผมแวะมาห้างที่ย่าน Makati ก็เพราะจะมาดูร้านหนังสือซักหน่อยครับ ซึ่งปรากฏว่าร้านหนังสือที่สิงคโปร์น่าจะใหญ่กว่าที่นี่ (ผมไปสิงคโปร์บ่อยอยู่แล้ว) แล้วก็แวะพักนั่งเล่นกินขนมซักนิดนึงครับ พอเห็นว่าเริ่มมืดก็คงได้เวลากลับไปสนามบินซะทีล่ะครับ

เดินผ่านมาตรงนี้ก็นึกได้ว่า ในย่าน Makati มีพิพิธภัณฑ์เจ๋งๆแห่งนึงนั่นคือ “Ayala Museum” ครับ อยู่หัวมุมห้าง Greenbelt เลย เคยได้ยินว่าพิพิธภัณฑ์นี่ใช้สื่อทันสมัยถ่ายทอดเรื่องราวอารยธรรมฟิลิปปินส์ได้ดีทีเดียว ผมเองก็อยากรู้ว่าจะดีเหมือนมิวเซียมสยามหรือนิทรรศน์รัตนโกสินทร์ของไทยมั้ย แต่เสียดายว่าวันนี้หมดเวลาเที่ยวแล้วครับ ฝากไว้ก่อนว่าโอกาสหน้าถ้าได้บินมามะนิลาอีกจะมาชมที่นี่แน่นอนครับ

จากคุณ : หนุ่มเมืองกรุง (NMkrung) [28 พ.ย. 54 00:48:26 ]
ความเห็นที่ 48

ผมนั่งรถไฟฟ้า MRT จากสถานี Ayala ย้อนกลับไปที่สถานี Taft Avenue แล้วเข้าไปขึ้นรถบัสที่ท่ารถหลังโรงแรม Sogo มุ่งตรงสู่ Terminal 3 สนามบินกรุงมะนิลาครับ ผมเองก็เพิ่งรู้ว่ารถบัสไปสนามบินจะมีทั้งรถคันเล็กแถบสีฟ้า (เหมือนที่นั่งขาเข้าเมืองเมื่อเช้า) และรถบัสคันใหญ่แถบสีแดงครับ ถ้าสงสัยก็ถามที่คนขับรถบัสได้เลยครับ

นั่งรถบัสมาไม่นานนักก็มาถึงสนามบินที่ Terminal 3 ครับ ทันเวลาเช็คอินสบายๆเลยครับ

จากคุณ : หนุ่มเมืองกรุง (NMkrung) [28 พ.ย. 54 00:50:09 ]
ความเห็นที่ 49

เช็คอินเสร็จปุ๊บผมก็แวะไปอาบน้ำที่ชั้น 4 นิดนึง เพราะเห็นมีร้านสปาที่มีบริการ Shower ค่าบริการก็แพงนิดนึงครับ 250 Peso แต่ผมยอมจ่ายเพราะเหนียวตัวจากการเดินตะลอนมาทั้งวันแล้ว เวลานั่งเครื่องบินขากลับคนอื่นข้างๆจะได้ไม่เหม็น หุหุ อาบเสร็จรู้สึกสดชื่นขึ้นเยอะเลยครับ…แล้วก็แวะซื้ออาหารกล่องจากร้านสะดวกซื้อแถวนี้แหละทานเป็นมื้อเย็นง่ายๆ และไม่พลาดที่จะต้องมี Slurpee Mocha Loca มาดับกระหายด้วยครับ ยืนยันว่านี่เป็นอีกสิ่งในฟิลิปปินส์ผมชอบมาก อิอิอิ

อิ่มแล้วก็ได้เวลาผ่าน ตม.ขาออกล่ะครับ ซึ่งก่อนเข้า ตม. เราต้องเตรียมจ่ายค่า Service Charge ของสนามบินกรุงมะนิลาเป็นเงินคนละ 750 Peso ด้วยนะครับ ระบบนี้ก็เหมือนกับสนามบินที่อินโดนีเซียที่ยังต้องจ่ายค่าภาษีสนามบินต่างหากก่อนออกบินล่ะครับ

ผ่าน ตม. มาง่ายดายก็เดินไปเกทล่ะครับ ร้านรวง Duty free ด้านหลัง ตม. มีไม่เยอะนะครับ เข้าใจว่า Terminal 3 นี่อาจจะมีสายการบินน้อยร้านค้าเลยไม่เยอะนัก ถ้าใครจะช็อปปิ้งก็แนะนำให้ซื้อมาตั้งแต่ในเมืองดีกว่าครับ

เครื่องบินมารอพร้อมพากลับกรุงเทพฯแล้วล่ะครับ smile

จากคุณ : หนุ่มเมืองกรุง (NMkrung) [28 พ.ย. 54 00:51:18 ]
ความเห็นที่ 50

เมื่อเหินฟ้าบินออกจาก Ninoy Aquino International Airport อย่าลืมนั่งฝั่งขวามือนะครับ (แถว F) จะได้เห็นวิว Manila Bay ตอนกลางคืนมีไฟระยิบระยับสวยดีทีเดียวล่ะครับ

จากคุณ : หนุ่มเมืองกรุง (NMkrung) [28 พ.ย. 54 00:52:52 ]
ความเห็นที่ 51

ไฟลท์ 5J931 บินจากมะนิลามาถึงกรุงเทพฯตรงเวลาเป๊ะครับ เป็นอันว่าผมจบทริปสั้นๆเดินเล่นหนึ่งวันที่ประเทศฟิลิปปินส์ได้ตามเป้าหมายด้วยดีทุกประการ

อยากบอกทุกคนนะครับว่าตอนก่อนไปก็ได้รับรู้ข่าวสารข้อมูลมามากเกี่ยวกับ Manila / Philippines มีแต่เรื่องแย่ๆไม่ค่อยดีทั้งนั้น แต่เพราะความอยากรู้อยากเห็นส่วนตัวว่าเพื่อนบ้านอาเซียนแห่งนี้จะเป็นเช่นไร ก็ลองตัดสินใจจองตั๋วเมื่อมีโปรทันทีครับ บอกได้เลยว่าผมไม่ผิดหวังเลยครับที่มาที่นี่ กรุงมะนิลาก็ไม่ถึงขั้นน่ากลัวอย่างที่คิด ผมว่าเหมือนกรุงเทพฯเมื่อซักปียี่สิบปีก่อนน่ะครับ ระบบคมนาคมมีพื้นฐานที่ดีมาก่อนแม้ว่าจะล้าหลังไปแล้วก็ตาม บ้านเมืองดูไม่ต่างจากกรุงเทพฯนักเพียงแต่เมืองไทยเราดูดีกว่าเท่านั้นเองครับ เรื่องขโมยขโจรที่ว่าชุกชุม ผมว่าไม่ต่างจากไทยหรอกครับ ก็ระวังตัวพอประมาณแต่อย่างระแวงจนขี้ขึ้นสมองก็พอแล้วครับ อะไรที่ล่อหูล่อตาโจรอย่าใส่มา สังเกตสังกาบรรยากาศรอบข้างแล้วใช้มโนสำนึกส่วนตัวประเมินความปลอดภัยด้วยครับ อย่ากังวลกับข้อมูลลบๆเกี่ยวกับที่นี่จนเว่อร์แต่รับฟังแล้วนำมาปรับใช้สังเกตตนเองให้ตั้งอยู่ในความรอบคอบเมื่อมาเที่ยวที่นี่ดีกว่าครับ

นิยามง่ายๆสำหรับคอท่องเที่ยวประเทศเพื่อนบ้านก็คือ “ถ้าคุณเคยเที่ยวฮานอย โฮจิมินห์ ที่เวียดนามได้ คุณมาเที่ยวมะนิลาสบายเลยครับ ฟิลิปปินส์นี้ดีกว่าเวียดนามเยอะ” (คนเวียดนามมาอ่านจะด่าผมมั้ยเนี่ย) แต่ผมเปรียบเทียบให้เห็นชัดๆแบบนี้ดีกว่าครับ ผมว่าชาวปินอยเล่ห์เหลี่ยมไม่เยอะเท่าคนเวียดนาม คนที่นี่นับถือศาสนาค่อนข้างจริงจัง เดินเที่ยวที่มะนิลานี่ผมรู้สึกสบายกว่าเดินที่ฮานอยอ่ะครับ พูดได้เพราะไปมาแล้วทั้งสองที่อ่ะครับ และแน่นอนว่าในอนาคตผมจะกลับมาที่นี่อีกแน่นอนครับ

ขอยืมคำพูดยอดฮิตของท่านนายพลแม็คอาเธอร์ เมื่อครั้งที่ท่านต้องลาจากฟิลิปปินส์ในช่วงสงครามนะครับว่า “I shall return” ผมกลับมาอีกแน่ๆครับ..ฟิลิปปินส์..

Salamat!! ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมชมกระทู้รีวิวของผมนะครับ smile

จากคุณ : หนุ่มเมืองกรุง (NMkrung) [28 พ.ย. 54 00:53:39 ]
ความเห็นที่ 52

ขอบคุณค่ะ

จากคุณ : MoMMaMjAnG [28 พ.ย. 54 01:10:52 ]
ความเห็นที่ 53

ขอบคุณสำหรับภาพสวยๆ และความรู้ครับ
เคยไปฟิลิปินส์ ครั้งเดียวเมื่อสิบห้าปีแล้ว ที่เซบู ยังอยากจะไปอีกครับ น่าสนใจ

จากคุณ : marlene [28 พ.ย. 54 01:11:33 ]
ความเห็นที่ 54

ขอบคุณสำหรับรีวิวครับ ประเทศฟิลลิปปินส์เป็นประเทศที่น่าไปมากๆเลยครับ ยิ่งมี Cebu Pacific คราวหน้าไม่พลาดแน่นอนครับ ^^

จากคุณ : KOSMOZmicro [28 พ.ย. 54 02:30:15 ]
ความเห็นที่ 55

เพิ่งจะรู้ว่า อจน. ไปแพคคู่ทริปนี้กับ เจเค เหอๆๆ

กระทู้นีเปลี่ยนทัศนคติผมไปได้เยอะเลยครับ
เพราะตอนทีผมคิดอยากจะไปบุกกรุงมะนิลาเมื่อปี 50
อ่านกระทู้รีวิวใครเค้าก็บอกน่ากลัวๆๆๆ

แต่ถ้า อจน. บอกว่า เดินสบายกว่าฮานอย นี่ผมโล่งอกเลยนะ
แสดงว่าพี่เวียตอย่างไรก็ tricky และ ตื้อกว่าพี่ฟิลิปปินส์แน่ๆ

ไว้รอมีโปรฯ Cebu แรงๆ ไปแวะ Transit อาจจะได้ลองดูนะครับ
เพราะจริงๆ ผมกะคุณเธอก็เล็ง เกาหลี อีกแล้ว
แต่ถ้ามีโปรฯ Cebu บินแบบ BKK-MNL-ICN ถูกๆ ไป-กลับซักคนละไม่เกิน 4,xxx บาท ก็น่าสอยอยู่ครับ

จากคุณ : ยุ่งชะมัด..สัตวแพทย์ [28 พ.ย. 54 03:16:55 ]
ความเห็นที่ 56

อยากไปบ้างแล้ว

จากคุณ : tottui [28 พ.ย. 54 03:20:58 ]
ความเห็นที่ 57

ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ สำหรับรีวิวสวย ๆ
เห็นโบสถ์แล้ว นึกว่า อยู่ในอิตาลี ซะอีก
อยากไปมั่งจัง ไม่กลัวอย่างที่คิด

จากคุณ : sa_bkk [28 พ.ย. 54 03:44:00 ]
ความเห็นที่ 58

ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีดีครับ

จากคุณ : ม่วงมหากาฬ [28 พ.ย. 54 07:25:32 ]
ความเห็นที่ 59

.. เข้ามาเห็นด้วยกับคุณหนุ่มอีกแรงครับว่า ที่นี่ดีกว่าเวียดนามเยอะเลยครับ ..ทีแรกคิดว่าน่ากลัว พอไปเจอจริง ถ้าระมัดระวังตัวเองเอาตัวรอดสบาย คนฟิลิปปินส์นี่นิสัยส่วนตัวนี่น่ารักมากๆ เลยครับ ..  อ่านรีวิวนี่แล้ว ผมว่ามีหลายคนอยากไปขึ้นมาเลยเชียวครับ ..

จากคุณ : MRBIG173 [28 พ.ย. 54 07:29:40 ]
ความเห็นที่ 60

อยากไปถ่ายรูปอาคารสวยๆแบบนี้จังค่ะ  ที่สิงคโปร์นี่มีสวยๆแบบนี้มั้ยคะอ
.หนุ่ม  ..

จากคุณ : ป้าเกษ (inhouse) [28 พ.ย. 54 07:35:35 ]
ความเห็นที่ 61

ยังไม่เคยมีโอกาสไปฟิลิปปินส์เลย ดูมีความผสมผสานทางวัฒนธรรม
เหมือนหลายๆประเทศในแถบบ้านเรา

ขอบคุณสำหรับรีวิวนะครับ

จากคุณ : TeeChoco [28 พ.ย. 54 09:00:23 ]
ความเห็นที่ 62

ขอบคุณสำหรับรีวิวครับคุณหนุ่มเมืองกรุง
มีโอกาสจะตามรอยไปบ้างครับ

จากคุณ : the Sixth Floor [28 พ.ย. 54 10:09:44 ]
ความเห็นที่ 63

ที่สนามบินมีที่ฝากกระเป๋าใบใหญ่ๆไม๊ครับ เพราะถ้าจะแวะคงแวะหลังทริป โอซาก้า

จากคุณ : Jose Pasillas ll [28 พ.ย. 54 11:29:02 ]
ความเห็นที่ 64

เจสัน

แวะมาชมครับ บ้านเมืองสวยดีจัง

มาตามไปเที่ยวด้วยคนครับ

ขอบคุณสำหรับรีวิวนะครับ

จากคุณ : กัปตันลูกชุบ [28 พ.ย. 54 11:29:39 ]
ความเห็นที่ 65

ขอบคุณครับ ข้อมูลแน่นๆ เตรียมตามรอยอาจารย์หนุ่มด้วยคนครับ

จากคุณ : Travelmax [28 พ.ย. 54 11:30:02 ]
ความเห็นที่ 66

น่าจะไปนอน พักชิลๆสักคืนนะคร้าบ...

จากคุณ : tuman47 [28 พ.ย. 54 11:46:24 ]
ความเห็นที่ 67

เข้ามาตอบป้าเกษเรื่องตึกสวยๆ ที่สิงคโปร์ค่ะ

ตอบได้เลยว่ามีค่ะ เยอะมาก สภาพดีมากกกกกกกกกกก  
จองตั๋วเลยค่ะป้าเกษ สิงคโปร์ ไม่ได้มีแค่เซนโตซ่า สวนสัตว์ ยูนิเวอร์แซลและคาสิโนน๊า ถ้าได้ไปเดินดูตึกสวยๆ แบบนี้จะตกหลุมรักสิงคโปร์มากๆ เลยค่ะ

จากคุณ : devillish girl [28 พ.ย. 54 13:33:53 ]
ความเห็นที่ 68

ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะคะอาจารย์ กำลังอยากไปปินอยู่เหมือนกัน แต่ข้อมูลหาได้ยากมากไม่ค่อยมีใครมารีวิวเลยค่ะ

จากคุณ : babyh2o (babyh2o) [28 พ.ย. 54 15:22:20 ]
ความเห็นที่ 69

เพิ่งกลับมาเมื่อวันอังคารที่แล้วครับ ส่วนตัวผมก็ยังรู้สึกเหมือนเดิมนะครับว่า ไม่ปลอดภัย สงสัยจะต่างกรรมต่างวาระนะครับประเทศนี้ แต่ที่แน่ๆ เพื่อนผมเจ้าถิ่นนี่แหละ บอกผมว่าอย่าเที่ยวเดินไปไหนมาไหน โดยเฉพาะในตอนกลางคืน

ผมไปทำงานที่มะนิลาแทบทุกปีครับ ปีนี้ไม่ได้ออกไปไหนเลย พวกอินทรามูรอสผมก็ไปมาปีก่อนๆ แล้ว ชอบ Fort Santiago ครับ บ้านเรื่อนในอินทรามูรอสถ่ายมาสวยดีครับ ตอนผมไปกลางวันแสกๆ ตอนนั้นมีแกงค์อะไรสักอย่างในนั้น รวมตัวกันเป็นสิบๆ แน่ะ ผมกลัวเลยแว๊บเข้า Jolibee ไปเลย 555

สำหรับห้าง ผมชอบ greenbelt ครับ Fort Bonafacio ก็สวย เพราะเป็นย่านที่พักอาศัยใหม่ ดูเจริญหูเจริญตาดีครับ

ปีหน้าตั้งใจว่า จะลางานเพื่มแล้วไปเที่ยว Boracay ให้จงได้ (ไปกับเพื่อนที่นั่นแหละครับ ไม่กล้าฉายเดี่ยว) นีกท่องเที่ยวโดนลักพาตัวประจำเลยประเทศนี้

ปีก่อนหน้าที่ผมไป ยามยิงโจรตายคาห้างเลย ผมกำลังซื้อของอยู่ อึ้งเลย เหอ เหอ

จากคุณ : ออนไลน์ยันสว่าง [28 พ.ย. 54 15:35:24 ]
ความเห็นที่ 70

ขอบคุณสำหรับรีวิวครับ ข้อมูลแน่นมากเลยครับอ่านเพลินเชียว

จากคุณ : Destiny-Boy [28 พ.ย. 54 18:48:23 ]
ความเห็นที่ 71

จองโปร cebu ไว้เช่นกัน ไปกุมภา55 ขอบคุณมากค่ะสำหรับข้อมูลดีๆ

จากคุณ : happyme [28 พ.ย. 54 21:11:42 ]
ความเห็นที่ 72

คุณ Happyme ไปวันไหนค่ะ เราและชาวคณะรวม 5 คน ไป 17-19 กพ. 55 เผื่อโชคชะตาวาสนานำพาให้เป็นเพื่อนร่วมทางกันได้

จากคุณ : uwc [28 พ.ย. 54 22:29:17 ]
ความเห็นที่ 73

ไหน ๆ ก็เดินทางพร้อมกับทริปของพี่หนุ่มเมืองกรุง (เอ๊ะ หรือว่าต้องเรียกว่าลุงหนุ่มดี) ทั้งไฟลท์ไปและกลับ ก็ขอแตกประเด็นไปทำรีวิวเที่ยวบินเลยก็ละกันครับ

จากคุณ : เจเค..LSKY [28 พ.ย. 54 23:42:00 ]
ความเห็นที่ 74

ขอบคุณอาจารย์หนุ่มมากครับ
ฟิลิปปินส์นี่อยากไปมากๆ วันนี้หรอกภรรยาให้ไปได้แล้ว
ไม่รู้ว่าพอจะมีทางหารถเช่าพร้อมคนขับที่ไว้ใจได้ พาเที่ยวสักสองสามวันได้ไหม

จากคุณ : parad [29 พ.ย. 54 08:54:27 ]
ความเห็นที่ 75

เห็นแล้วก็อยากไปเลยครับ

ตอนนี้เห็นมีโปรอยู่ แต่ไม่ได้ถูกมากอ่ะครับ บินช่วงกลางเดือน ธค ไปกลับ 3,800 จะจองดีมั้ยเนี่ยย

ขอบคุณสำหรับรีวิวนะคับ

smile

จากคุณ : zaxofone [29 พ.ย. 54 15:22:09 ]
ความเห็นที่ 76

ถ้าฟิลิปปินส์ดูสบาย ๆ กว่าฮานอยนี่ น่าไปมาก ๆ เลยค่ะ ความกลัวเริ่มลดลงไปแล้วเพิ่งนึกได้ว่าเราเองหน้าตากลมกลืนกะเค้า เวลาเดินเที่ยวคงไม่เด่น อิอิ smile

จากคุณ : @}-- เยอบีร่า -- [29 พ.ย. 54 15:33:16 ]
ความเห็นที่ 77

เห็นด้วยค่ะว่าประเทศนี้เที่ยวง่ายกว่าเวียดนาม
วงเล็บว่าต้องอยู่ในย่านที่ปลอดภัยอย่าง Makati ด้วยนะ
ไปแล้วก็ชอบเหมือนกันค่ะ แต่จะให้ดีต้องออกนอกเมืองไปชมบรรยากาศริมทะเลด้วย

ขอบคุณที่มารีวิวให้ชมค่ะ

จากคุณ : Bpearl [29 พ.ย. 54 17:52:44 ]
ความเห็นที่ 78

ขอบคุณจ้า

จากคุณ : แพทจร้า [2 ธ.ค. 54 16:44:27 ]
ความเห็นที่ 79

อ่านรีวิวนี้แล้วใจชื้นขึ้นเยอะค่ะ
มีแพลนจะไปมะนิลาเดือนหน้า
(เป็นผู้หญิง...เดินทางคนเดียวด้วย)

จากคุณ : Yelliiz [19 ธ.ค. 54 19:42:09 ]
ความเห็นที่ 80

มาชมอีกรอบ  อยากไปจังเลยครับ  แต่ว่าเกร็งๆ กลัวหลงจัง

จากคุณ : หนอนน้อยเจ้าปัญหา (แพทจร้า) [28 ธ.ค. 54 10:51:30 ]